05 December 2008
เลข 13 หลักบนบัตรประชาชน
ไขปริศนาเลขบัตรประชาชนไทยทั้ง 13 หลัก
ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1228385167&grpid=01&catid=08
อยากรู้มั้ย ว่าแต่ละตำแหน่งหมายถึงอะไร ค้นหาคำตอบได้ที่นี่
โดยความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเรียนหรือทำอะไร ตัวเลขก็ล้วนมีเอี่ยว หรือมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนเราเสมอ และในทางกลับกัน ตัวเลขบางตัวอาจจะทำให้เรามีความสุขขึ้นด้วยซ้ำ เช่น ตัวเลขเพิ่มขึ้นของเงินเดือนหรือโบนัส ตัวเลขในบัญชีรายรับ ตัวเลขมูลค่าเพิ่มของหุ้นที่เราซื้อ ฯลฯ ยกเว้น ตัวเลขดอกเบี้ยเงินกู้ ที่งามโดยไม่ต้องรดน้ำ หรือตัวเลขยอดหนี้ที่ยังไม่จ่าย ส่วนตัวเลขที่น่ารังเกียจอีกตัว คือ ตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้นของสาวๆ ที่ยังไม่แต่งงาน เป็นต้น นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมี “ตัวเลข” ที่ เกี่ยวพันกับความเชื่อต่างๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศอีกหลายตัว เช่น คนไทยถือว่า เลข 9 เป็นเลขมงคล เพราะออกเสียงว่า “เก้า” ที่พ้องกับคำว่า “ก้าว” อันหมายถึง ความเจริญก้าวหน้า ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบัน เราจึงเห็นคนไทยจำนวนไม่น้อย ไปทัวร์ไหว้พระ 9 วัดเพื่อความเป็นสิริมงคล จนได้กลายมาเป็นการ “ทำบุญ” อีกรูปแบบที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย สำหรับฝรั่ง เขาจะถือว่า เลข 13 เป็นเลขอาถรรพ์ หรือเลขอัปมงคล หรือเรียกกันว่า ลัคกี้นัมเบอร์ (Lucky number) สาเหตุมาจากอาหารมื้อสุดท้าย ของพระเยซูคริสต์ ที่เรียกกันว่า เดอะลาสซับเปอร์ (The Last Supper) นั้น มีสาวกร่วมโต๊ะพร้อมกับพระองค์ นับรวมแล้วได้ 13 คนพอดี ครั้นวันรุ่งขึ้นซึ่งตรงกับวันศุกร์ พระองค์ก็ถูกจับตรึงกางเขนจนสิ้นพระชนม์ เขาจึงถือว่าวันศุกร์ที่ตรงกับวันที่ 13 เป็นวันโชคร้าย
แม้ว่าเลข 13 จะเป็นเลขอาถรรพ์ของฝรั่ง แต่คนไทยโดยทั่วไป ไม่ได้ถือกับตัวเลขดังกล่าว และที่น่าสนใจคือ มี เลข 13 ที่เกี่ยวพันโดยตรงกับคนไทย ซึ่งเชื่อว่า คงมีคนอีกไม่น้อยไม่เคยทราบมาก่อน นั่นคือ เลขประจำตัวประชาชนในบัตรประชาชน หรือที่เดี๋ยวนี้เรียก สมาร์ทการ์ด ที่มีด้วยกัน 13 หลัก และแต่ละหลักก็มิใช่แค่เป็นเพียงจำนวนนับธรรมดาๆ แต่มีความหมายแฝงอยู่ด้วย ซึ่งกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ขอนำมาเสนอเพื่อเป็นความรู้ ดังนี้
สมมุติว่า เลขบัตรประชาชนของเราเขียนไว้ว่า 1 1001 01245 29 9 (เขียนเว้นวรรค ตามแบบ) แต่ละหลักก็จะมีความหมายดังนี้ หลักที่ 1 (คือหมายเลข 1 ในตัวอย่าง) จะหมายถึง ประเภทบุคคล ซึ่งมีอยู่ 8 ประเภทได้แก่ ประเภทที่ 1 คือ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย และได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา หมาย ความว่า เด็กคนใดก็ตามที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2527 เป็นต้นไป อันเป็นวันเริ่มแรกที่เขาประกาศให้ประชาชนทุกคน ต้องมีเลขประจำตัว 13 หลัก เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองไปแจ้งเกิดที่อำเภอ หรือสำนักทะเบียนในเขตที่อยู่ภายใน 15 วันนับแต่เกิดมา ตามที่กฎหมายกำหนด เด็กคนนั้นก็ถือเป็นบุคคลประเภท 1 และจะมีเลขประจำตัวขึ้นด้วยเลข 1 เช่น เด็กหญิงส้มจี๊ด เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2527 และพ่อไปแจ้งเกิดที่เขตดุสิตภายในวันที่ 17 มกราคม 2527 เด็กหญิงส้มจี๊ด ก็จะมีหมายเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 1 และก็ต่อด้วยเลขหลักอื่นๆ อีก 12 ตัว เป็น 1 1001 01245 29 9 เป็นต้น ซึ่งเลขนี้จะปรากฏในทะเบียนบ้าน และจะเป็นเลขประจำตัว เมื่อส้มจี๊ดไปทำบัตรประชาชนตอนอายุ 15 ปี ประเภทที่ 2 คือ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา หมาย ความว่า เด็กคนใดก็ตามที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2527 เป็นต้นไป แล้วบังเอิญว่าพ่อแม่ผู้ปกครองลืมหรือติดธุระ ทำให้ไม่สามารถไปแจ้งเกิดที่อำเภอหรือเขตภายใน 15 วันตามกฎหมายกำหนด เมื่อไปแจ้งภายหลัง เด็กคนนั้นก็จะกลายเป็นบุคคลประเภท 2 และจะมีเลขตัวแรกในทะเบียนบ้านขึ้นด้วยเลข 2 ทันที เช่น ในกรณีส้มจี๊ด หากพ่อไปแจ้งเกิดให้ ในวันที่ 18 มกราคม 2527 หรือเกินกว่านั้น ส้มจี๊ดก็จะมีเลขประจำตัวเป็น 2 1001 01245 29 9 ในทะเบียนบ้าน และเมื่อไปทำบัตรประชาชนในภายหน้า
ประเภทที่ 3 คือ คนไทยและคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในสมัยเริ่มแรก (คือตั้งแต่ก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม 2527) หมาย ความว่า บุคคลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ณ ที่ใดที่หนึ่งในประเทศไทย มาตั้งแต่ก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 คนนั้นถือว่าเป็นบุคคลประเภท 3 และก็จะมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 3 เช่น ส้มจี๊ด เกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2501 และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแล้ว ส้มจี๊ดก็จะมีเลขประจำตัวในทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนเป็น 3 1001 01245 29 9
ประเภทที่ 4 คือ คนไทยและคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญคนต่างด้าวแต่แจ้งย้ายเข้า โดยยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชน ในสมัยเริ่มแรก หมาย ความว่า คนไทยหรือคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญคนต่างด้าว ที่อาจจะเป็นบุคคลประเภท 3 คือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดิมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันได้เลขประจำตัว ก็ขอย้ายบ้านไปเขตหรืออำเภออื่น ก่อนช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 ก็จะเป็นบุคคลประเภท 4 ทันที เช่น ส้มจี๊ดมีชื่ออยู่ในสำนักทะเบียนเขตคลองสาน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2527 ส้มจี๊ดก็ขอย้ายบ้านไปเขตดุสิต โดยที่ส้มจี๊ดยังไม่ทันได้เลขประจำตัวจากเขตคลองสาน พอแจ้งย้ายเข้าเขตดุสิต ส้มจี๊ดก็จะกลายเป็นบุคคลประเภท 4 มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 4 กลายเป็น 4 1001 01245 29 9 ทันที แต่ถ้าส้มจี๊ดย้ายจากเขตคลองสานเดิม ไปเขตดุสิต หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2527 ส้มจี๊ดก็ยังเป็นบุคคลประเภท 3 อยู่ เพราะถือว่าจะได้เลขประจำตัวจากเขตคลองสานแล้ว จะย้ายอย่างไรก็ไม่เปลี่ยนแปลง
การกำหนดให้บุคคลเริ่มมีเลขประจำตัว 13 หลักในทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2527 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2527 อันเป็นวันสุดท้าย ของการดำเนินการให้ประชาชน ที่ไม่มีเลขประจำตัวในบัตรหรือทะเบียนบ้าน ได้มีเลขประจำตัวจนครบแล้วนั้น ก็เพราะก่อนหน้านี้ ประเทศไทยยังไม่เคยมีการกำหนดเลขประจำตัวดังกล่าวมาก่อนเลย ดังนั้น ช่วงที่ว่าจึงเป็นระยะเวลาจัดระบบให้เข้าที่เข้าทาง เพราะหลังจากวันที่ 31 พฤษภาคม 2527 แล้ว ทุกคนจะต้องมีเลขประจำตัวเพื่อสำแดงตนว่า เป็นบุคคลประเภทใด โดยดูตามเงื่อนไขในแต่ละกรณี ซึ่งมีอีก 4 ประเภท คือ
ประเภทที่ 5 คือ คนไทยที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อ เข้าไปในทะเบียนบ้านในกรณีตกสำรวจ หรือกรณีอื่นๆ เช่น ส้มจี๊ดมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตดุสิตอยู่แล้ว แต่บังเอิญว่าตอนที่มีการสำรวจรายชื่อผู้อยู่ในบ้าน เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค ทำให้ชื่อของส้มจี๊ดหายไปจากทะเบียนบ้าน เมื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่และตรวจสอบแล้วว่าตกสำรวจจริง หรือจะเป็นเพราะกรณีอื่นใดก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็จะเพิ่มชื่อให้ แต่ส้มจี๊ดก็จะมีหมายเลขในทะเบียนบ้านเป็นบุคคลประเภท 5 และบัตรประชาชนจะขึ้นต้นด้วยเลข 5 ทันที คือ กลายเป็น 5 1001 01245 29 9
ประเภทที่ 6 คือ ผู้ที่เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อยู่ในลักษณะชั่วคราว กล่าว คือ คนที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้สัญชาติไทย เพราะทางการยังไม่รับรองทางกฎหมาย เช่น ชนกลุ่มน้อยตามชายแดน หรือชาวเขา กลุ่มนี้ถือว่าเป็นผู้เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนบุคคลที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อยู่ชั่วคราว เช่น นักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย แม้บางคนจะถือพาสปอร์ตประเทศของตน แต่อาจจะมีสามีหรือภริยาคนไทย จึงไปขอทำทะเบียนประวัติ เพื่อให้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านสามีหรือภริยา คนทั้งสองแบบที่ว่า ถือว่าเป็นบุคคลประเภท 6 เลขประจำตัวในบัตรจะขึ้นต้นด้วยเลข 6 เช่น 6 1012 23458 12
ประเภทที่ 7 คือ บุตรของบุคคลประเภทที่ 6 ซึ่งเกิดในประเทศไทย คนกลุ่มนี้ในทะเบียนประวัติจะมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 7 เช่น 7 1012 2345 133
ประเภทที่ 8 คือ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมาย คือ ผู้ที่ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือคนที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย และคนที่ได้รับการให้สัญชาติไทย ตั้งแต่หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2527 เป็นต้นไปจนปัจจุบัน คนกลุ่มนี้เลขในทะเบียนประวัติจะขึ้นด้วยเลข 8 เช่น 8 1018 01234 24 7
คนทั้ง 8 ประเภทนี้ จะมีเพียงประเภทที่ 3, 4 และ 5 เท่านั้น ที่จะมีบัตรประชาชนได้เลย ส่วนประเภทที่ 1 และ 2 จะมีบัตรประชาชนได้ ก็ต่อเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ทำบัตรประจำตัวประชาชน คืออายุ 15 ปี แต่สำหรับบุคคลประเภทที่ 6, 7 และ 8 จะมีเพียงทะเบียนประวัติเล่มสีเหลืองเท่านั้น จะไม่มีการออกบัตรประชาชนให้
ต่อไปคือ หลักที่ 2 ถึงหลักที่ 5 (เลข 1001 ในตัวอย่างหรือสี่ตัวถัดไปจากตัวแรก) จะหมายถึง รหัสของสำนักทะเบียน หรืออำเภอที่เรามีชื่ออยู่ในทะเบียนขณะที่ให้เลข ซึ่งก็หมายถึงถิ่นที่อยู่ของเรานั่นเอง กล่าวคือ เลขหลักที่ 2 และ 3 จะหมายถึงจังหวัดที่อยู่ ส่วนหลักที่ 4 และ 5 หมายถึงเขตหรืออำเภอในจังหวัดนั้นๆ เช่น ถ้าเขียนว่า 1001 ก็หมายถึงว่า คุณอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ในเขตดุสิต เพราะ 10๐ ในหลักที่ 2 และ 3 หมายถึงกรุงเทพมหานคร ส่วนเลข 01 ในหลักที่ 4 และ 5 คือรหัสของสำนักทะเบียนเขตดุสิต หรือถ้าเขียนว่า 1101 ก็จะหมายถึง อยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอเมือง เพราะ 11 แรกคือ รหัสจังหวัดสมุทรปราการ และ 01 หลัง คือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นต้น
สำหรับ หลักที่ 6 ถึงหลักที่ 10 (เลข 01245 ในตัวอย่าง) จะหมายถึง กลุ่มที่ของบุคคลแต่ละประเภท ตามหลักแรก (หลักที่ 1) ซึ่งทางสำนักทะเบียนในแต่ละแห่ง ก็จะจัดกลุ่มเรียงไปตามลำดับ หรือหากเป็นเด็กเกิดใหม่ในปัจจุบัน เลขดังกล่าวก็จะหมายถึง เล่มที่ของสูติบัตร (ใบแจ้งเกิดที่อำเภอหรือเขตออกให้) ซึ่งก็คือเลขประจำตัวในทะเบียนบ้านของเด็กที่แต่ละอำเภอหรือเขตออกให้ และจะไปปรากฎในบัตรประชาชน เมื่อถึงอายุต้องทำบัตรนั่นเอง แต่ถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์เลขนี้ ก็จะปรากฏอยู่แค่ในทะเบียนบ้านของเด็กเท่านั้น
หลักที่ 11 และ 12 (หมายเลข 29 ในตัวอย่างสมมุติ) จะหมายถึง ลำดับที่ของบุคคลในแต่ละกลุ่มประเภท เป็นการจัดลำดับว่าเราเป็นคนที่เท่าไรในกลุ่มของบุคคลประเภทนั้นๆ
หลักที่ 13 (เลข 9 ตัวสุดท้ายในตัวอย่าง) จะหมายถึง ตัวเลขสำหรับตรวจสอบความถูกต้องของเลขทั้ง 12 หลักแรกอีกที
สำหรับเลขตั้งแต่หลักที่ 6 ถึง 13 นี้เป็นการจัดหมวดหมู่ และเรียงลำดับบุคคลในแต่ละประเภทของสำนักทะเบียนในแต่ละท้องที่ ซึ่งเราก็คงไม่ต้องรู้รายละเอียดอะไรลึกไปกว่านี้ เพราะรู้แล้วอาจจะงงเปล่าๆ
เป็นเรื่องน่าแปลกว่า ตัวเลข 13 หลักที่เป็นหมายเลขในบัตรประชาชน หรือเลขประจำตัวประชาชนของเราแต่ละคนนี้ จะไม่มีการซ้ำกันเลย ผิดกับชื่อหรือนามสกุล ยังมีซ้ำกันได้ และจะเป็นเลขประจำตัวเราจนตาย ไม่มีการเปลี่ยน หรือยกให้คนอื่น และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ว่า ในอนาคตจะต้องมีการเติมเลข อย่างเลข 8 เข้าไปอีก เพราะเลขไม่พอใช้เหมือนโทรศัพท์มือถือหรือไม่ เขาก็บอกว่าคงอีกนาน อาจจะถึง 100 ปีโน่น เพราะการที่เขาแยกแยะบุคคลเป็นประเภทต่างๆ และยังแยกย่อยเป็นจังหวัดอำเภอ แล้วลงรายละเอียดไปเป็นกลุ่มๆในแต่ละประเภทอีกนั้น ทำให้เพดานหรือช่วงตัวเลขมีความห่างมาก จนสามารถรองรับจำนวนคนได้อีกมาก และหากใครสงสัย หรือมีปัญหาในเรื่องทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส บัตรประชาชน ก็สามารถสอบถามไปได้ที่ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง โทร. 1548
ตัวเลข 13 หลักที่กล่าวข้างต้น เป็นเลขประจำตัวประชาชนของแต่ละคนนี้ แม้จะมิใช่ตัวเลขที่เราต้องใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน ยกเว้นใช้ในการกรอกเอกสารบางอย่าง เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร ฯลฯ แต่เลขนี้ก็มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการสำแดงตัวตน “ความเป็นคนไทยหรือคนในประเทศไทย” ที่ทำให้เราสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทย และใช้สิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ ขอขอบคุณข้อมูลข่าว : อมรรัตน์ เทพกำปนาท สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
26 November 2008
the Wanted
หนังเรื่องนี้ได้รับจากน้องที่ทำงาน ด้วยประโยค แกมีอะไรดูมั้งว่ะ
หนังเรื่องนี้เริ่มด้วย google ใช้เพื่อค้นหาตัวเองของพระเอก แต่ไม่มีข้อมูลแล้วหนังก็ดำเนินเรื่องไปอย่างรวดเร็ว จากตัวเอกเป็นพนักงานบัญชีธรรมดา ๆ ไปผูกโยงเป็นลูกมือฆ่ามือพระกาฬขององค์กรนักฆ่าแห่งหนึ่ง ที่พ่อได้ทิ้งตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ แต่หักหลังองค์กร (แต่สุดท้ายแล้วจริง ๆ องค์กรเป็นผู้หักหลังจริง ๆ ) เนื้อเรื่องคล้าย ๆ นิยายกำลังภายในเก่า ๆ ที่มีเนื้อเรื่องว่าศัตรูได้เก็บลูกไว้แล้วเลี้ยงให้เติบโตมาโดยใส่ความเกลียดชังพ่อของตัวเอง แล้วให้ไปล้างแค้นแทนตัวเอง ประมาณนี้ แต่เรื่องนี้ หักไปอีกมุมหนึ่งที่ไม่ไปสาวถึงวัยเด็ก แต่สุดท้ายการที่ฝึกมาอย่างดีก็เป็นภัยแก่ตัวเองเหมือนกัน และยังมีจุดที่น่าสนใจคือ เครื่องทอผ้าชะตาชีวิต ที่ทอผ้าที่มีรหัส เป็นเลขฐาน 2
14 October 2008
เปิดหมวกล้วงชีวิต...คิดแบบ โน้ส-อุดม
"โน้ส" กับความรัก จะแต่งงานกับ "ปลา" อัจฉรา บุรารักษ์ เจ้าของร้านไอศกรีม "iberry" เมื่อไร กับปลาก็ดี ถ้าขืนตอบว่าคนนี้ไม่ใช่เขาต้องมาตีกบาลแน่ๆ ส่วนเรื่องแต่งงานเราค่อยเป็นค่อยไป ตอนนี้คบกันมา 3 ปีแล้ว มันได้ผ่านช่วงโปรโมชั่นมาแล้ว คราวนี้เป็นช่วงโทรจริง ก็ต้องดูกัน ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น เนื่องจากมันเป็นช่วงที่ตัวจริงของแต่ละคนออกมาทั้งเราและเขา อันนี้แหละชีวิตจริง ก็ต้องดูกันยาวๆ ไม่เชื่อเสียงเชียร์ให้รีบเเต่ง เพราะคนที่อยู่คือผม ตอนนี้เราดูเขา เขาดูเราไปก่อน มีภาพหลุดอี๋อ๋อกับสาวอื่นที่ไม่ใช่ "ปลา" อันนั้นอย่าไปถือสาเลย ถ่ายกันเล่นๆ ถ้าจะเอารูปพวกนั้นมาพูดมีเยอะ เป็นพันๆ รูป แทบทุกวันนี้ไม่ต้องเดือดร้อน ผมเป็นคนเจ้าชู้นะ ไม่ได้หยุด แต่มันจะช้าไปเองเป็นช่วงของผู้ชาย ที่ตอนเริ่มแตกหนุ่ม มันก็จะมีดีกรีของมัน แต่ถึงทุกวันนี้อยากเจ้าชู้ สังขารก็ไม่เอื้อ สามทุ่มก็ง่วงแล้ว จะไปเต้นหลีสาว เพลงก็คนละรุ่น สภาพแวดล้อมจะเป็นตัวขัดเกลาเราไปเอง ตอนนี้จะให้ผมไปมีแฟนเด็ก เราจะคุยกันคนละภาษาโต้ตอบกันไม่รู้เรื่อง น้อยใจหรือเปล่าโดนว่าขี้เหร่แต่ชอบมีแฟนสวย (หัวเราะ)...ไม่เลย จะไปรู้สึกอะไร ก็จริงอย่างที่เขาพูด ก็เขาพูดถูกแล้ว ทุกวันนี้ส่องกระจกก็รู้ตัวเองดี ว่าตัวเองเป็นยังไง เขาแหละ..."โน้ส" อุดม ประวัติ โน้ส-อุดมวัน เดือน ปีเกิด...1 กันยายน 2511 พี่น้อง...3 คน บ้านเกิด...ชลบุรี งานแรก...เป็นคนเขียนการ์ตูนที่ชัยพฤกษ์ ผลงานสร้างชื่อเสียง...ยุทธการขยับเหงือก เดี่ยวไมโครโฟน รางวัล...ได้รางวัล "คม ชัด ลึกอวอร์ด" ปี 2549 นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากหนังโคตรรักเอ็งเลย
ที่มา http://women.sanook.com/dreammodel/guy/guy_52086.php
06 October 2008
คำสั่ง DOS
1. เมื่อเปิดเครื่องเรียบร้อยแล้ว ให้ระบบกำหนดวันที่เป็นวันที่ 20 กันยายน 2542 อย่าอัติโนมัติทุกครั้ง
1. date
2. ใช้คำสั่งเพื่อต้องการสอบถามว่า พื้นที่ใน disk มีว่างเท่าไหร่
2. คำสั่งแสดงพื้นที่โดยตรงไม่แน่ใจ แต่ถ้าใช้ dir มันมีบอกพื้นที่ว่างให้ด้วย
3. ตรวจสอบว่าแผ่น Disk ที่ได้มาชื่ออะไร
คำสั่งแสดงพื้นที่โดยตรงไม่แน่ใจ แต่ถ้าใช้ dir มันมีบอกพื้นที่ว่างให้ด้วย
4. ลบแฟ้มข้อมูลที่มีสกุลเป็น tmp ใน Current Directory
del
5. ขอดูHelp ของคำสั่ง DIR
dir /?
6. ให้แสดงเฉพาะชื่อไฟล์ และสกุลไม่ต้องการชื่อ Sud Directory
dir แหละมั้ง แต่ออพชั่นไหนไม่รู้ ไปไล่ดูเองละกัน
7. ต้องการค้นหา File ที่ชื่อ Angsaub.ttf
dir Angsaub.ttf ถ้าจะค้นใน sub directory ด้วย ก็ใช้ /s ต่อท้ายเข้าไป
8. ให้แสดงเฉพาะชื่อไฟล์และสกุล ไม่ต้องการ SubDirectory ทั้งหมดใน drive C:
dir /a-d ปกติแล้ว /a จะตามด้วยชนิดไฟล์ที่เราต้องการให้แสดง ถ้าใส่ - ข้างหน้า จะเปลี่ยนเป็นไม่ให้มันแสดง
9. ให้แสดงเฉพาะชื่อไฟล์ และสกุลเป็นอักษรตัวพิมพ์เล็ก ไม่ต้องการชื่อ Sub Directory ทั้งหมดในdrive C: และให้เรียงตามชื่อ และเมื่อแสดงเต็มจอภาพแล้วให้รอตรวจสอบจนพอใจ กดปุ่มใดๆ แสดงผลที่เหลือต่อ
9. ถึง 12. ไปนั่งไล่ดูออพชั่นของ dir เอาแล้วกัน
10. เหมือนข้อ 9 แต่ต้องการให้เรียกจากมากไปหาน้อย(Z-A)
11. เหมือนข้อ 9 แต่ให้เรียงตามขนาดไฟล์ ขนาดใหญ่ไปหาเล็ก
12. ให้แสดงทุกไฟล์ที่มีชื่อที่ขึ้นต้นด้วย w และมีสกุล log จากDrive C: ทั้งหมด
13. ให้สร้าง Subdirectory IT_311 ใน ROOT ของ drive D:
mkdir
14. ให้เปลี่ยนการติดต่อไปที่ Drive D: ใน Subdirectory
IT_311
cd หรือ chdir
15. ให้สร้าง Sub Diretory เพิ่มอีก 3 ชื่อ คือ data1 data2 data3 .DAT
mkdir
16. ให้แสดงเฉพาะชื่อไฟล์ และสกุล เป็นอักษรตัวพิมพ์เล็ก ไม่ต้องการSub Diretory ทั้ง Drive C: และให้เรียงตามสกุล และให้เก็บผลลัพธ์ไว้ในแฟ้มที่ชื่อ SALLF.TXT ใน D:\IT_311\DATA3.DAT
วิธีสั่ง dir ให้แสดงผลเก็บเป็นไฟล์ ให้เข้าไปดูตามลิ๊งค์ข้างบน แล้วเลื่อนลงไปดูบรรทัดสุดท้าย
17. ให้ใช้คำสั่ง EDIT ดูช้อมูลที่ได้ในไฟล์ D:\IT_311\DATA3.DAT
edit
18. สำเนาแฟ้ม COMMAND.COM จาก C:\ เก็บไว้ใน D:\IT_311\DATA1
copy
19. ให้สำเนา *.log จากทุก SubDirectory ใน Drive C:
และเก็บใน D:\IT_311\DATA1
20. ให้ลบSubDirectory D:\IT_311\DATA1
deltree
21. ให้สร้างแฟ้มข้อมูลชื่อ test.txt ใน Current Directory ขนาด 0 Byte
มีสองวิธี
วิธีแรก ใช้คำสั่ง copy con รายละเอียดให้เข้าไปดูที่ตัวอย่างสุดท้ายของ copy ตามลิ๊งค์ข้างบน หรือตามรูปข้างล่าง (สัญลักษณ์ ^Z มาจากการกด ctrl+Z)
วิธีที่สอง ใช้คำสั่ง edit มันจะเรียกโปรแกรม edit ขึ้นมาให้
ช่วยตอบให้ด้วยนะค่ะ ขอภายในวันนี้
รบกวนด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
จากคุณ : Cs16 -[ 29 ก.ย. 51 - 11:38:42 A:202.12.73.18 X: ]
from http://www.pantip.com/tech/comsci/topic/CS2648702/CS2648702.html
DOS command
MS-DOS and command line overview
|
04 October 2008
แนะนำThe KMPlayer โปรแกรม mediaplayer ดีๆ
อ้างจาก :
บางคนคงอยากถามว่าแล้ว พวกSoft Subtitle ละ ใช้ได้ดีกับ โปรแกรมนี้ไหม เพราะ โปรแกรมประเภทเดียวกันอย่างVLC media player มันไม่ได้เรื่องเลยในเรื่อง Subtitleแบบนี้ที่ไม่ได้ฝังติดกับภาพ - ตอบว่าดีกว่าครับ ดีกว่าอย่างไร ดูภาพด้านล่างเลยscreen.width-401) window.open('http://img120.imageshack.us/img120/3779/km12ku7.jpg');" src="http://img120.imageshack.us/img120/3779/km12ku7.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> The Kmplayer สามารถ แสดง subtitle ได้ 3 ตัวทีเดียว แต่ อันที่3 จะอยู่ตรงกลาง ซึ่งปรับยังไงก็ยังอยู่ตรงกลาง นอกจากนี้ ถ้าไม่ปรับแต่งตัวหนังสือมันจะดูไม่สวย ต้องเสียเวลาปรับแต่งอีก คำถาม - แต่ถ้าหากต้องการแสดงทั้ง3ตัวแต่ไม่ให้มีตัวใดมาอยู่ตรงกลางบังภาพล่ะ ทำได้ไหม คำตอบ- ได้ครับ ใช้ DirectVobsub(Vsfilter) ช่วยแบ่งไป 1ตัวครับ ดังรูปต่อไปนี้ screen.width-401) window.open('http://img441.imageshack.us/img441/777/km13bj1.jpg');" src="http://img441.imageshack.us/img441/777/km13bj1.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> สังเกตได้ว่า subtitle ที่แสดงผลด้วย DirectVobsub จะดูดีกว่า หลายๆคนก็มักใช้กัน ซึ่งมีอยู่แล้วใน K-lite codec pack หรือ codec pack ยี่ห้ออื่นๆที่มี เนื่องจากไม่ต้องปรับแต่งFont หรือ ตัวหนังสือให้วุ่นวาย ต่อไปจะเป็นอีก1 ตัวอย่าง ที่แสดงให้เห็นว่าการใช้ Directvobsub เพื่อแสดงผล subtitle ทำได้ดีกว่า screen.width-401) window.open('http://img186.imageshack.us/img186/7708/km14au6.jpg');" src="http://img186.imageshack.us/img186/7708/km14au6.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> อันนี้ไม่ใช้ Directvobsub screen.width-401) window.open('http://img154.imageshack.us/img154/1108/km23ji3.jpg');" src="http://img154.imageshack.us/img154/1108/km23ji3.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> อันนี้ไม่ใช้ Directvobsub แต่ปรับแต่งในโปรแกรม screen.width-401) window.open('http://img186.imageshack.us/img186/6471/km15yr1.jpg');" src="http://img186.imageshack.us/img186/6471/km15yr1.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> แต่อันนี้ใช้ Directvobsub รูปด้านบน แสดงให้เห็นตัวว่า The Kmplayer สามารถปรับแต่ง ให้ตัวหนังสือ หรือ Font ดูดีได้ และ แสดงผลคล้ายDirectvobsub แต่ไม่สมบูรณ์เท่า (อยู่ในหัวข้อ subtitles processing) ดังรูป screen.width-401) window.open('http://img151.imageshack.us/img151/2562/km22fx5.jpg');" src="http://img151.imageshack.us/img151/2562/km22fx5.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> ทำเครื่องหมายถูก เพิ่มตรง Enable กับ Render in real time เท่าที่ทดสอบมา พบปัญหานิดหน่อย จึงแนะนำให้ใช้ Directvobsub ไปเลยดีกว่า โดยมีวิธีดังต่อไปนี้ 1. ต้องติดตั้ง Directvobsub ไว้แล้ว เช่นติดตั้งไว้แล้วจากCodecpack 2. เมื่อเปิด The Kmplayer ขึ้นมา ให้ ไปที่ preferences 3. ทำตามรูป มี 2 วิธี เลือกเอา แบบไหนก็ได้ ผมก็ไม่รู้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน screen.width-401) window.open('http://img186.imageshack.us/img186/6677/km16nu2.jpg');" src="http://img186.imageshack.us/img186/6677/km16nu2.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> ต่อไป สำหรับ ใครที่ต้องการใช้ ตัวถอดรหัส จาก Codec Pack ที่ติดตั้งไปแล้ว หรือไม่อยากใช้ internal decoder ใน The KM player ก็เข้ามาที่ preferences เหมือนเดิม ทำดังรูปเลย screen.width-401) window.open('http://img181.imageshack.us/img181/8745/km17dr9.jpg');" src="http://img181.imageshack.us/img181/8745/km17dr9.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> ถ้าหาก ต้องการ เปลี่ยนไปใช้ ตัวถอดรหัส (Decoder) จาก Codec pack ทั้งหมดเลย ให้เปลี่ยน เป็น Use After Failing to play with system default แต่ถ้าต้องการ เปลี่ยนเฉพาะบางตัว เนื่องจาก มีปัญหากับการเล่นไฟล์บางไฟล์แต่ถ้าใช้decoder ในcodec pack ไม่มีปัญหา ก็ ใช้ Use Always เหมือนเดิม แต่ ไปปรับแต่งเอาที่Internalกับ External Video Decoder ดังรูป screen.width-401) window.open('http://img406.imageshack.us/img406/3406/km18fo0.jpg');" src="http://img406.imageshack.us/img406/3406/km18fo0.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> เสร็จแล้วจะเป็นแบบนี้ ถ้าคุณมี Divx 6 decoder อยู่แล้วนะ ซึ่งอันนี้มาจาก k-lite mega codec screen.width-401) window.open('http://img181.imageshack.us/img181/1730/km19an8.jpg');" src="http://img181.imageshack.us/img181/1730/km19an8.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> ผมเปลี่ยนเพราะผมว่า มันปรับแต่งได้ดีกว่า แต่สำหรับบางคนแค่ดูได้ไม่ปรับแต่งอะไรก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนครับ ในส่วนของ Audio Decoder ก็สามารถปรับแต่งแบบเดียวกันครับ ยังมีให้ปรับแต่งอีกเยอะ สำหรับผู้ที่ต้องการ ลองดูกันเองนะครับ มันเยอะมาก screen.width-401) window.open('http://img441.imageshack.us/img441/883/km20to4.jpg');" src="http://img441.imageshack.us/img441/883/km20to4.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> ถ้าหาก ต้องการ RESET การปรับแต่ง ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ตอนที่เพิ่งติดตั้งเสร็จ ให้กดที่ Reset Current Preset ครับ สำหรับใครที่ใช้ คอมพิวเตอร์ที่มี CPU ต่ำกว่า 1 GHz สามารถปรับโปรแกรมนี้ให้เหมาะสมได้ screen.width-401) window.open('http://img441.imageshack.us/img441/1088/km21dl2.jpg');" src="http://img441.imageshack.us/img441/1088/km21dl2.jpg" onload="if(this.width>screen.width-400)this.width=screen.width-400;" border=0> เท่าที่ทดสอบ กับคอมฯเครื่องเก่าPentium III 667 MHzใช้Windows2000 แล้ว ทำให้เล่นไฟล์ Avi(เช่นDivx+mp3) ไม่มีเหลื่อมล้ำ จากที่เคยใช้ Media player classic แล้วกระตุก มีเลื่อมล้ำ เสียงไปก่อนภาพ แต่บางไฟล์ก็ไม่สามารถช่วยได้จริงๆ กระตุกเหลื่อมล้ำเหมือนเดิม เช่นพวก mkv[เช่นh264+aac] พล่ามมาตั้งนาน เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างไม่เป็นไร สรุปว่า ดี แนะนำให้ใช้ครับ The KM Player+ K-lite Mega Codec pack คือ การผสมผสานอย่างลงตัว DOWNLOAD ที่ http://www.kmplayer.com/forums/showthread.php?t=4189 แนะนำ The KMPlayer 2.9.3.1210 Full Install version, 12,996,789 Bytes สำหรับ Skins http://www.kmplayer.com/forums/downloads.php?do=cat&id=2 ถ้าจำไม่ผิด ต้องสมัครสมาชิก ก่อนนะครับ ถึงจะ download skin ได้ หรือ จะ Download ที่รวบรวมให้แล้ว
ข้อความถูกซ่อนเอาไว้
กรุณาตอบในกระทู้นี้ จึงจะสามารถเห็นข้อความที่ซ่อนเอาไว้ขอขอบคุณ http://www.kmplayer.com/forums http://en.wikipedia.org/wiki/Kmplayer
แหล่งที่มา http://www.gamer-gate.net/index.php?a=bbs&b=view&id=33908&p=2
29 August 2008
รัชกาลที่2
สัปดาห์ก่อน นิติภูมิรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพถึงเขมร ลาว ญวน พม่า ฯลฯ ประเทศรอบบ้านของไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี วันนี้ขออนุญาตรับใช้เรื่องราวของประเทศเพื่อนบ้านในสมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งสมัยพระองค์ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร พระองค์ทรงร่วมทำสงครามกับสมเด็จพระบรมชนกนาถหลายต่อหลายครั้ง
ดินแดนไทยที่ไม่มีพวกนุ่งโสร่งเป็นเจ้านายในปัจจุบันทุกวันนี้นั้น เป็น เพราะเรามีเจ้าฟ้าพระมหากษัตริย์กล้าเสด็จกรีธาทัพไปราชการสงครามต่อสู้กับ พวกต่างชาติอยู่เป็นนิตย์ ไทยจึงเป็นชาติยิ่งใหญ่ในสมัยต้นราชวงศ์จักรี
สมัยที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสวยราชย์ใหม่ๆ พระเจ้าปะดุงของพม่ากล้ายกทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ รัชกาลที่ 2 ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดหาทัพจากเมืองหลวงยกไปป้องกัน พวกพม่าจึงแตกกระจัดพลัดพราย กระเสือกกระสนหนีตาย วิ่งไปเพื่อให้พ้นคมดาบ ของมนุษย์พันธุ์ยูเลีย (ไทย)
พ.ศ. 2362 พม่าผลัดแผ่นดิน ได้ปะหยิ่น (กษัตริย์) ใหม่ พระเจ้าจักกายแมงได้ครองราชย์ พอมีข่าวเข้าหูว่าเกิดกู๊ซิ้ดหยอก้ะ (โรคระบาด) ในไทย ปะหยิ่นองค์นี้ก็ยุให้พระยาไทรบุรีตีหัวเมืองปักษ์ใต้ ส่วนทหารพม่าก็ชุมนุมสุมหัวอยู่ที่เมาะตะมะ ฝ่ายไทยได้ทราบ รัชกาลที่ 2 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดทัพไปสกัดไว้หลายแห่ง
ต่อมาพม่าทะเลาะกับอิงกะลิ (อังกฤษ) เรื่องเมืองยะไข่กับมณีปุระ สองประเทศที่ว่าหันหน้าเข้ามาซัดกัน ผลก็คือ อิงกะลิชนะ พม่าจึงตกเป็นขี้ข้าฝรั่ง และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พม่าไม่เคยเข้ามารบกับไทยอีกเลยจนกระทั่ง ปัจจุบันทุกวันนี้
ผู้อ่านท่านยังจำองค์เชียงสือของญวนได้นะครับ เมื่อเกิดกบฏไกเซิน พระองค์เข้ามาสวามิภักดิ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อไทยให้กำลังพลมอบคนไปช่วยปราบกบฏได้สำเร็จ องค์เชียงสือก็ตั้งตนเป็นกษัตริย์ พระนามว่า เจ้าพระยาลอง พระองค์ส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายด้วยความระลึกนึกถึง ในพระมหากรุณาธิคุณตลอดรัชกาล ครั้นรัชกาลที่ 1 สวรรคต พระเจ้าเวียดนามยาลองยังได้ทรงจัดคณะทูตมาถวาย บังคมพระบรมศพ
ส่วนไอ้อกตัญญูไม่รู้คุณข้าวแดงแกงร้อนเห็นจะเป็นเจ้าเขมร ตอนรู้ว่าจามจะยกทัพมาตี นักองเองและพระญาติพระวงศ์เขมรเข้ามาพึ่งพระบรม โพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อนักองเอง ทิวงคตก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระยากลาโหมซึ่งเป็นฟ้าทะละหะ เป็นผู้สำเร็จราชการ พอฟ้าทะละหะถึงแก่กรรม ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักองค์จันทร์เป็นสมเด็จพระอุทัยราชาปกครองเมืองเขมรสืบต่อมา
ถึงสมัยรัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย คาดว่าจะมีศึกพม่าเข้ามารุกรานตอนผลัดแผ่นดิน จึงมีพระราชสาส์นตราไปถึงสมเด็จพระอุทัยราชาให้เกณฑ์ทัพเขมรเข้ามาช่วย แต่สมเด็จพระอุทัยราชาแกล้งเฉย
ส่วนพระมหาอุปโยราช พระยาจักรี พระยากลาโหม และพระยาสังคโลกยังนึกถึงข้าวแดงแกงร้อนของไทย จึงจะกะเกณฑ์กำลังไพร่พลมาช่วย สมเด็จพระอุทัยราชารู้ก็โกรธ สั่งให้พระยาแสนท้องฟ้า พระยาราชอาณา คุมกำลังไปจับพระยาจักรีและพระยากลาโหมฆ่าทิ้งทั้ง 2 คน ส่วนพระยาสังคโลกรู้ตัวทันจึงหนีเข้ากรุงเทพฯ
พระอุทัยราชาเกรงว่ามหาอำนาจชาติไทยจะไปปราบ จึงคลานกระดึบๆ ไปพึ่งญวน ไปทรงมุสากล่าวหาว่าพระยาสังคโลกเป็นกบฏ เจ้าญวนไม่รู้ความจริงก็ส่งทหารมาช่วย ครั้นความจริงปรากฏแท้แน่ชัดก็เลิกและยกทัพ กลับเวียดนาม
พระมหาอุปโยราชไม่พอพระทัยในการกระทำของเจ้าเขมร จึงพา ไพร่พลหนีมาตั้งอยู่ที่โพธิสัตว์ ทางกรุงเทพฯ รู้ข่าวก็ส่งเจ้าพระยายมราช ออกไปไกล่เกลี่ย แต่พระอุทัยราชาไม่ฟัง กลับหนีไทยไปอยู่ไซ่ง่อน เจ้าพระยา ยมราชจึงเผาเมืองพนมเปญ กะพงหลวง และบัณทายเพชร แล้วจึงเชิญเสด็จพระมหาอุปโยราชมากรุงเทพฯ
สมเด็จพระอุทัยราชากลับมาครองเมืองพนมเปญและยอมไปขึ้นกับญวน แถมตอนหลังยังยุญวนให้ยกทัพมาตีเมืองพระตะบองและเสียมราฐ แต่ไทยรู้ตัวก่อนจึงไล่ตีทัพญวนและเขมร ทหารเขมรกะญวนแตกทัพ วิ่งหนีทหารไทยไปยังกะหมูกะหมา
สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ไทยคือมหาอำนาจชาติอันดับหนึ่งใน “สุวรรณภูมิ”.
นิติภูมิ นวรัตน์
http://thairath.co.th/news.php?section=international01&content=102250