14 June 2010
จบ ป.โท MIT มอ.
ปล.แล้วค่อยมารับเล่มสารนิพนธ์ตามหลัง...
การจองชุดครุย มอ.
- ไปยื่นที่ กองกิจการหอพัก นศ. (ทางเข้าหอพัก นศ. ตรงข้ามโรงช้าง)
- แจ้งความจำนง
- วัดตัว แขน ไหล่ หัว (???) เพื่อใส่หมวก น้ำหนัก...!!!
- เงินค่าจอง 450 บาท เฉพาะชุดครุย ส่วนราชประแตน...
- รับใบจอง แล้วค่อยมาเอาชุด ก่อนวันซ้อม 2 วัน
- เอาเงินมาเอาชุด (ค่ามัดจำ) 1500 บาท (แพงจัง)
- กลับบ้าน....
การขอ transcript จบ ป.โท มอ.
- ไปที่ทะเบียนกลาง (ใต้ตึกฟักทอง)
- กรอกเอกสารขอ transcript (อยู่ในตะกร้าหน้าเคาเตอร์ + ซองจดหมายสีน้ำตาล)
- เขียนชื่อที่อยู่บนซองจดหมาย (ที่อยู่ที่ต้ิองการให้ส่งเอกสารมา)
- รูป 1 นิ้ว (ชุดครุย + เขียนชื่อ-สกุลด้านหลังรูป)
- เงินค่าดำเนินการ 120 บาท
- รอ(ที่บ้าน...)
09 May 2010
ชีวิตนี้...ต้องดิ้นต่อไป...
- อ่านและทดลองเขียนโปรแกรมด้วย Java + JSP
- อ่านและลองเขียนโปรแกรมฐานข้อมูลด้วย MySQL
- ทั้ง 2 ข้อแรกนี้...จะใช้ IDE Netbeans เป็นตัวช่วยเขียน (ภายใน 1 ปี จะต้องได้ 1 โปรแกรม)
- อ่านหนังสือนิยาย ปีละ 1-2 เล่ม
- สมัครสมาชิกนิตยสาร CHIP และ WINDOWS IT Pro (ทุกปี)
- อ่านและซื้อหนังสือ ศาสนาอิสลาม ปีละ 2-3 เล่ม
- ศึกษาเรื่อง Joomla เพื่อพัฒนาและต่อยอด Intranet ของโรงพยาบาลยะลา
- ทำโปรแกรมเก็บข้อมูลกลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.ยะลา
- ดูแลลูก ๆ ให้ได้ตามความสามารถ โดยจะดูแลเรื่อง สอนเสริมวิชาคณิต อังกฤษ ภาษาไทย และ ศาสนา ภาษา jawi และ arab
- ดูแลเรื่องเสื้อผ้าลูก ๆ
- ดูแล พ่อแม่และน้อง ๆ และครอบครัวของเราให้ดีกว่าเดิม
- เรื่องที่ทำงานจะต้องขยันทำงานมากกว่านี้...
06 May 2010
อายุ 33 ปี ปกติต้องเป็นอย่างไร
เหมือนกับว่าอายุ 18 ปี อยู่นั้นแหละ...เพราะในวัย 18 ปี ได้เกิดเหตุการณ์ พลิกชีวิต จาก หน้ามื่อสู่หลังมือ...คิดว่าอย่างนั้นะ...
ในตอนนี้...(33 ปี) เรามีลูก ๆ 3คน...มีงานทำ เป็นข้าราชการด้วย(แต่ในใจจริง ๆ ไม่อยากเป็นเลย)...มีภรรยาที่คอยดูแลครอบครัวและตัวเรา...มีน้อง ๆ และพ่อแม่ที่คอยห่วงใยตัวเรา...มีเพื่อนร่วมงานที่ดี...
แต่ตัวเองยังคิดว่าตัวเองยังเด็กอยู่อีก...โดยยังคิดว่าตัวเองยังมีโอกาส ในการย้่อนไปทำความฝัน ที่เราได้พลาดมา...โดยไม่ได้สนใจว่าสภาพแวดล้อมปัจจุบันของเราเองมีอะไรบ้าง...งานก็ๆไม่ชอบ...หนี้สหกรณ์...หนี้บ้าน...หนี้ธนาคารธนวัฏ...เมื่อไรจะหมดซะที่เนี้ย...
ในความคิดของเรา คนอายุ 33 ปี จะต้องทำงานเป็นหัวหน้าคนแล้ว...มีรถยนตร์ขี่...มีงานที่ตัวเองชอบ...
18 April 2010
10 สิ่งน่ารู้ก่อนซื้อ iPad

บรรดาคนรักแก็ดเจ็ตจากค่าย Apple คงจะเคยได้ยินชื่อของ iPad มาบ้างแล้ว และอาจจะยังไม่แน่ใจว่าของเล่นชิ้นใหม่จาก Apple นี้มีดีอย่างไร วันนี้ไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวม 10 เรื่องเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับ iPad ที่คนทั่วไปสนใจมาให้คลายสงสัยกัน
บรรดาคนรักแก็ดเจ็ตจากค่าย Apple คงจะเคยได้ยินชื่อของ iPad มาบ้างแล้ว และอาจจะยังไม่แน่ใจว่าของเล่นชิ้นใหม่จาก Apple นี้มีดีอย่างไร วันนี้ไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวม 10 เรื่องเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับ iPad ที่คนทั่วไปสนใจมาให้คลายสงสัยกัน
1. iPad ต่างจากแล็ปท็อปอย่างไร?
iPad เป็นคอมพิวเตอร์ที่จัดอยู่ในประเภทสเลท (slate) หรือที่บางคนอาจจะเรียกว่าแท็ปเล็ต ซึ่งต่างจากแล็ปท็อปตรงที่ไม่มีคีย์บอร์ดเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของฮาร์ดแวร์ โดยการใช้งาน iPad จะใช้ระบบทัชสกรีนเหมือนที่ใช้กับ iPhone หรือ iPod และมีีแล็ปท็อปเพียงไม่กี่รุ่นที่ใช้ฟังก์ชั่นเดียวกันนี้
2. iPad ต่างจาก e-reader อย่าง Kindle อย่างไร?
แม้ว่า iPad จะเป็นได้ทั้ง e-reader และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เช่นเดียวกับ Kindle จาก Amazon แต่มันก็ยังมีจุดที่แตกต่างระหว่างทั้ง 2 อยู่ จุดแรกคือ iPad มีการแสดงภาพแบบหลากสี ขณะที่ Kindle มีแค่สีขาว-ดำ เท่านั้น ซึ่งทำให้หลายคนเชื่อว่า iPad น่าจะได้รับความนิยมในหมู่นักศึกษาที่ต้องอ่านตำราที่มีแผนภาพเป็นสี แต่มีเสียงแย้งว่าหากต้องอ่านเป็นเวลานาน Kindle จะช่วยถนอมสายตาได้มากกว่า
จุดที่สองคือ iPad สามารถแสดงภาพหน้ากระดาษในหนังสือได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยในแนวนอนจะแสดงทีละ 2 หน้า ส่วนแนวตั้งจะแสดงเพียงหน้าเดียว ผิดกับ Kindle ที่แสดงได้แค่แนวตั้งเท่านั้น ขณะที่ร้านหนังสือออนไลน์ที่รองรับอุปกรณ์ทั้ง 2 ก็ไม่เหมือนกัน เนื่องจากผู้ใช้ iPad จะต้องซื้อหนังสือจากร้านหนังสือดิจิตอลของ Apple ที่ชื่อ 'iBookstore' ส่วนผู้ใช้ Kindle แน่นอนว่าจะต้องสั่งจาก Amazon.com เท่านั้น
3. iPad มีราคาเท่าไหร่?
ราคาเริ่มตั้งแต่ 499 ไปจนถึง 829 ดอลลาร์ (ราว 16,000 - 27,000 บาท) โดยรุ่นที่แพงกว่านั้นมีความจุข้อมูลมากกว่า ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถใส่เพลงและวีดีโอไปในเครื่องได้มากเท่าที่ต้องการ นอกจากนี้ iPad รุ่นที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ได้เพียงอย่างเดียว จะมีราคาถูกกว่า รุ่นที่เชื่อมต่อได้ทั้ง Wi-Fi และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของ AT&T ในสหรัฐอเมริกา
4. iPad ใช้วิธีการพิมพ์อย่างไร เมื่อไม่มีคีย์บอร์ด?
คีย์บอร์ดของ iPad เป็นเพียงภาพกราฟฟิกที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอเท่านั้น คล้ายกับที่ใช้ใน iPhone และ iPod Touch โดยผู้ใช้งานสามารถสัมผัสที่หน้าจอทัชสกรีนเพื่อพิมพ์ข้อความที่ต้องการได้ ซึ่งสตีฟ จ็อบส์ ผู้บริหารของ Apple เคยบอกว่า iPad มีประสิทธิภาพในการพิมพ์อย่างมาก แม้จะมีเสียงวิจารณ์จากบล็อกเกอร์หลายคนว่ามันพิมพ์ยากก็ตาม
5. iPad เหมาะที่จะใช้งานรูปแบบไหนมากที่สุด?
iPad ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานสื่อด้านต่างๆ ทั้ง หนังสือดิจิตอล, เว็บไซต์, วีดีโอ รวมถึงเป็นเครื่องเล่นเกมขนาดพกพาด้วย และแม้ว่ามันจะไม่มีเครื่องเล่นดีวีดีติดตั้งอยู่ภายใน แต่ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดวีดีโอมากมายได้จาก Apple หรือไม่ก็ดูผ่านเว็บไปเลย
อย่างไรก็ตาม จอห์น ดี. ซัตเตอร์ จาก CNN บอกว่า iPad เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเช็คอีเมล และไม่ชอบกระบวนการทำงานหลายขั้นตอนของคอมพิวเตอร์ทั่วๆไป
6. iPad สามารถสร้างไฟล์เอกสาร, ตารางการทำงานและสื่อนำเสนอได้หรือไม่?
Apple สร้างชุดแอปพลิเคชั่น iWork ขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะสำหรับ iPad โดยโปรแกรมราคา 9.99 ดอลลาร์ (ราว 320 บาท) นี้ จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างไฟล์เอกสาร, ตารางการทำงาน (spreadsheet) และสื่อนำเสนอ บน iPad ได้
นอกจากนี้ด้วยการเชื่อมต่อ Wi-Fi บน iPad ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วจะช่วยให้สามารถพิมพ์เอกสารผ่านทางปริ้นเตอร์ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายได้ แต่ยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่าแอปพลิเคชั่นใดจะมารองรับคำสั่งตรงนี้
7. iPad สามารถดูเว็บไซต์ได้ทุกเว็บหรือไม่?
วีดีโอออนไลน์บางชนิดที่เรียกว่า 'Flash' ไม่สามารถเล่นได้บน iPad อย่างไรก็ตามได้มีวิธีแก้แบบขัดตาทัพอยู่บ้างสำหรับเรื่องนี้ ด้วยการที่เว็บไซต์หลายแห่งได้ออกแบบตัวเว็บใหม่ด้วยการใช้โค้ด HTML5 เพื่อให้ใช้งานได้บน iPad
8. iPad จะมาแทนที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่?
นักเขียนเรื่องเทคโนโลยีบางคนบอกว่า iPad เป็นแก็ดเจ็ตที่รวมทุกอย่างไว้ภายในอุปกรณ์ชิ้นเดียว แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ยังคงจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะหรือแล็ปท็อปมากกว่า iPad ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่สนใจต้องการนำมันไปใช้งานในรูปแบบไหน เช่น หากเป็นคนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพิมพ์หรือสร้างสรรค์ผลงานด้วยคอมพิวเตอร์ การใช้แล็ปท็อปก็ดูจะสะดวกมากกว่า แต่ถ้าต้องการท่องเว็บ, อ่านหนังสือ, เล่นเกม, ดูหนังหรือส่งอีเมลสั้นๆ iPad ก็สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้
9. iPad บางและเบากว่าแล็ปท็อปหรือ e-reader ตัวอื่นหรือไม่?
iPad มีความหนาราวครึ่งนิ้ว และหนักราว 0.7 กก. ส่วนหน้าจอมีความยาวเมื่อวัดในแนวทแยง 9.7 นิ้ว ซึ่งทำให้มันเบาและบางกว่าแล็ปท็อปบางรุ่น เช่น เน็ตบุค 10 นิ้วจาก Dell ที่มีขนาดใกล้เคียงกันแต่หนักกว่าราวเกือบครึ่ง กก.
10. มีทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่ iPad หรือไม่?
Apple ไม่ได้เป็นบริษัทเดียวที่ออกแท็ปเล็ตมาสู่ตลาด เนื่องจาก HP ได้เปิดตัวแท็ปเล็ตพีซีของตัวเองมาแล้วอย่างคร่าวๆในงาน CES (Consumer Electronics Show)เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่วน Dell ได้ประกาศแล้วว่าจะลงลุยในตลาดแท็ปเล็ตพีซีด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภคเนื่องจากมีตัวเลือกมากมายให้พิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อที่มา:http://www.thairath.co.th/content/oversea/76004 วันที่18/4/53
27 October 2009
Que sera sera(What ever will be, will be)
เนื้อเพลง Que Sera Sera - whatever will be will be
When I was just a little girl /t/t/t/tเมื่อฉันยังเป็นเด็กน้อย
I asked my mother what will I be /t/t/t/t ฉันถามแม่ว่าอนาคตฉันจะเป็นอะไร
Will I be pretty, will I be rich /t/t/t/t "หนูจะสวยไหม หนูจะรวยไหม"
Here's what she said to me /t/t/t/t แม่ก็บอกฉันว่า
*Que sera, sera /t/t/t/t สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
Whatever will be, will be /t/t/t/t อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
The future's not ours to see /t/t/t/t เราไม่อาจหยั่งรู้อนาคตได้
Que sera, sera /t/t/t/t สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
What will be, will be /t/t/t/t อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
When I grew up and fell in love /t/t/t/t เมื่อฉันโตขึ้นและมีความรัก
I asked my sweetheart what lies ahead /t/t/t/t ฉันถามที่รักของฉันว่าอนาคตของเราจะเป็นอย่างไร
Will we have rainbows day after day /t/t/t/t "เราจะมีความสุขด้วยกันตลอดไปไหม"
Here's what my sweetheart said /t/t/t/t สิ่งที่คนรักของฉันบอกก็คือ
*Que sera, sera /t/t/t/t สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
Whatever will be, will be /t/t/t/t อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
The future's not ours to see /t/t/t/t เราไม่อาจหยั่งรู้อนาคตได้
Que sera, sera /t/t/t/t สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
What will be, will be /t/t/t/t อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
Now I have children of my own /t/t/t/t ตอนนี้ฉันมีลูกเป็นของตัวเองแล้ว
They asked their mother what will I be /t/t/t/t พวกเขาถามแม่ของเขาว่าโตขึ้นเขาจะเป็นอะไร
Will I be handsome, will I be rich /t/t/t/t "ผมจะหล่อไหม ผมจะรวยไหม"
I tell them tenderly /t/t/t/t ฉันก็ตอบพวกเขาอย่างอ่อนโยนว่า
*Que sera, sera /t/t/t/t สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
Whatever will be, will be /t/t/t/t อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
The future's not ours to see /t/t/t/t เราไม่อาจหยั่งรู้อนาคตได้
Que sera, sera /t/t/t/t สิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด
What will be, will be /t/t/t/t อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
ขอบคุณที่มา จาก http://www.oknation.net/blog/catmaew/2009/10/06/entry-1




